ผู้แจ้งเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสองคนเป็นพนักงานของบริษัทไฟแนนซ์ ก่อนเกิดเหตุได้มาเจรจาค่างวดรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ซ สีเทา ทะเบียน ภูเก็ต ซึ่งค้างค่างวดจำนวน 5 งวด
โดยผู้แจ้งได้พบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณจุดชมวิวเขาขาด ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จึงได้เข้าไปแสดงตัวกับผู้ที่อยู่บริเวณดังกล่าว พบชายและหญิงไม่ทราบชื่อและนามสกุล ได้อธิบายให้ทราบว่า รถเก๋งดังกล่าวค้างค่างวดจำนวน 5 งวด เป็นเงินทั้งสิ้น 33,145 บาท หากไม่ประสงค์จะชำระค่างวดที่ค้างไว้จะต้องคืนรถ และนำรถส่งมอบให้กับทางบริษัท หลังจากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวไม่ยินยอมและมีการข่มขู่ โดยมีการชักวัตถุลักษณะคล้ายอาวุธปืนออกมาข่มขู่ ทำให้พนักงานทั้ง 2 คนเกิดความหวาดกลัว จึงได้ขับรถยนต์ออกมาจากที่เกิดเหตุและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ น.ส.พัช อายุ 60 ปี บ้านอยู่หมู่ 1 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ชุดสืบสวน สภ.วิชิต จึงได้ติดต่อให้นำอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน 1 กระบอก ซึ่งเป็นปืนที่มีทะเบียนตามใบอนุญาต ออกโดยที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง โดย น.ส.พัช ให้การยอมรับว่าได้ใช้ปืนกระบอกดังกล่าวในการกระทำความผิดจริง
พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข่มขู่ผู้อื่นโดยมีอาวุธปืน ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน หรือใช้กำลังประทุษร้ายจนต้องจำยอม” โดย น.ส.พัช อ้างว่าที่กระทำลงไป เนื่องจากความเครียดที่ได้ถูกตรวจยึดรถเก๋งคันดังกล่าว ประกอบกับมีอาการป่วยเกี่ยวกับปอด จึงกระทำไปโดยไม่ได้ไตร่ตรองแต่อย่างใด



