Expedia

เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ผวา หนุ่มคลั่งอาละวาดขู่เผาบ้าน สร้างความเดือดร้อนชาวบ้านไปทั่ว

ภูเก็ต - เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ อายุ 51ปี ภายในหมู่ 2 ซอยป่าหลาย ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ด ที่ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนถึงความเดือดร้อน และขอความช่วยมาแก้ไขปัญหาที่เพื่อนบ้านสร้างความเดือดร้อนให้มากว่า 1 ปีแล้ว ไม่ได้รับการแก้ไข แจ้งความกับตำรวจก็ไม่สามารถทำอะไรได้ โดยตำรวจบอกว่าไปร้องสื่อเอาเอง

เอกภพ ทองทับ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน 2568, เวลา 16:01 น.

เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ผวา หนุ่มคลั่งอาละวาดขู่เผาบ้าน สร้างความเดือดร้อนชาวบ้านไปทั่ว

เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ผวา หนุ่มคลั่งอาละวาดขู่เผาบ้าน สร้างความเดือดร้อนชาวบ้านไปทั่ว

โดยนางส้ม (นามสมมติ) เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันกับเพื่อนบ้านรายดังกล่าว พาผู้สื่อข่าวดูในพื้นที่บ้านบริเวณอพาร์ทเม้นท์ที่พักซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่ชายหนุ่มอายุ 29 ปี คนคลุ้มคลั่งที่ก่อความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านบริเวณดังกล่าวเล่าว่า มีผู้ชายอยู่ตรงข้ามห้องพักที่ตนปล่อยเช่า ดูเหมือนคนติดยาคลุ้มคลั่งเป็นประจำ โดยเรื่องเกิดมาเป็นปีแล้วตนได้ไปแจ้งความที่ สภ.ฉลอง ตอนเกิดเหตุได้คลุ้มคลั่งแล้วขึ้นไปห้องพักของตนบนชั้น 4 ซึ่งตอนนั้นมีลูกค้าที่เช่าห้องว่ายน้ำอยู่ แล้วเขาก็ปาขวดเหล้าขวดเบียร์ที่เขาถือขึ้นไปเอง แตกกระจายลงมาเกลื่อนบริเวณริมถนน หลังจากนั้นมีคนไปบอกตนในออฟฟิศที่ทำงาน และชาวต่างชาติวิ่งลงมาด้วยความตกใจและร้องขอความช่วยเหลือ

หลังจากนั้นตนก็เข้าไปแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า เป็นลักษณะของข้อกฎหมายซึ่งไม่สามารถจับขังไว้ได้นาน โทรถามตนว่าจะเอายังไง ตนไม่อยากให้คนแบบนี้มาอยู่ใกล้บริเวณที่พวกตนอยู่ ตำรวจสรุปว่าต้องส่งไปโรงพยาบาล จากนั้นจึงได้ส่งไป รพ.ลฉลอง ในคืนนั้นทาง รพ.ฉลองโทรมาแจ้งว่าต้องพาไป รพ.วชิระภูเก็ค ต้องควบคุมตัวอีก 7 วัน แม่เขาเองก็เอาลูกไม่อยู่แล้ว

ตนจึงถามหมอว่าทำอย่างไรได้บ้างที่ตนพอจะช่วยได้ ตนโทรไปถามที่ รพ.สุราษฎร์ฯ ทาง รพ.แจ้งว่าโรงพยาบาลไม่มีงบค่าขนส่ง ทำได้คือหมอจะฉีดยาระงับให้เขาไม่หนี ตนจึงจ้างรถให้ไปกลับในราคา 7,000 บาท หลังจากนั้นก็หายเงียบไปตนก็รู้สึกสบายใจแล้วประมาณเดือนกว่า ๆ เขาก็กลับมาอีก ซึ่งบ้านที่เขาอยู่เป็นบ้านเช่าไม่ใช่บ้านเขาเอง ตนไปถามเจ้าของบ้านที่ให้เช่าแล้ว เจ้าของบ้านที่ให้เช่าก็บอกว่า พอแจ้งความแล้วตำรวจก็มาจับไปแล้วก็ปล่อย ไม่มีข้อกฎหมายที่จะช่วยอะไรได้ ตนจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าผู้ใหญ่บ้านก็ไม่มีอำนาจ ตนคิดว่าจะแจ้งไปที่ศูนย์ดำรงธรรมก็ไม่ได้เพราะไม่ใช่ญาติ ตนแจ้งไปที่ พม. ก็บอกว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 6,000 บาท

ตนคิดว่าแม่เขาคงไม่มีเงินจ่าย ตนไม่ไหวที่จะมารับผิดชอบชีวิตคนหนึ่ง หลังจากกลับจากโรงพยาบาลเขากลับมาอยู่ที่บ้านเช่ากับแม่ แม่เขาให้กลับไปอยู่กับพ่อที่จังหวัดตากแต่เพิ่งกลับมาที่นี่ได้เดือนกว่า ก็เจอปัญหาเดิม ๆ

“ประมาณช่วงหลังเที่ยงคืนส่วนใหญ่จะเป็นตี 2 ตี 3 ตี 4 มาพูดคนเดียว คลุ้มคลั่ง มาเดินตามถนนซึ่งคนที่ผ่านไปมา คือความปลอดภัยไม่มีและเสียงดังมาก บางวันก็ตะโกนเสียงดังและมีถือขวดเหล้าขวดเบียร์ และมีน้ำกระท่อมเป็นประจำบางครั้งก็จะมีไม้แล้วพูดจาขู่เราว่าจะเผาตึกเรา ด่าพ่อด่าแม่เรา ตนโทรไป 191 สภ.ฉลอง ติดต่อกลับมาว่าจับไปแล้วก็กลับมาเหมือนเดิม ก็ต้องปล่อยอยู่ดี”

HeadStart International School Phuket

นางส้ม กล่าวต่อไปว่า ตนขอถามว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ต้องทนกับความเดือดร้อนมานานมาก ตนช่วยเหลือก็ช่วยแล้ว ถ้าสังคมเป็นแบบนี้ ตนจะอยู่อย่างไร มีทางเลือกเดียวคือต้องร้องเรียนนักข่าว อยากให้เขาย้ายไปอยู่ห่างไกลผู้คน ตนพร้อมจะช่วยเหลือค่าเช่าในเบื้องต้นกับเจ้าของบ้านที่เป็นผู้ให้เช่า และพร้อมที่จะช่วยเหลือค่าเช่าบ้านเบื้องต้นให้เขาหาที่พักบริเวณที่ไม่มีผู้คน

“ตำรวจก็ย้อนกลับมาว่าพื้นที่ตรงไหนก็ไม่มีหรอกที่ไม่มีผู้คน รู้สึดกดดันมาก จะให้ต้องสูญเสียสามีหรือเขามาแทงตน หรือว่าลูกค้าในตึกโดนทำร้ายก่อนใช่ไหม” เธอกล่าว



 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่