Expedia

กรมอุตุฯ เตือนพายุ ’วิภา’ และฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภูเก็ต - กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ ’วิภา’ และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยฉบับที่ 6 (192/2568) จากอิทธิพลของพายุ ’วิภา’ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 21-24 ก.ค. ภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่

ข่าวภูเก็ต

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2568, เวลา 15:59 น.

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (21 ก.ค. 68) พายุโซนร้อนกำลังแรง "วิภา" มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจุด 21.7 องศาเหนือ ลองจิจุด 110.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 21-22 ก.ค. 68 และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ หลังจากนั้นมีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือตอนบนต่อไป ไนขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใด้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันจากอิทธิพลของพายุ "วิภา" และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จะส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 21-24 ก.ค. 68 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม จึงอาจทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

สำหรับทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันตามันตอนล่าง

และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือ

ด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือหรืออพยพหากสถานการณ์อยู่ในสภาวะวิกฤตและติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่