การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ และคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบลักษณะการถือหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกันหลายชั้น มีการถือหุ้นไขว้ระหว่างนิติบุคคลหลายแห่ง และมีบุคคลรายเดียวกันถือหุ้นในหลายบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“ผลการตรวจสอบพบสถานประกอบการเข้าข่ายกระทำความผิดรวม 3 แห่ง แบ่งเป็น อำเภอถลาง 2 แห่ง และอำเภอเมืองภูเก็ต 1 แห่ง โดยพบว่ามีการประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ตและฝ่ายปกครองอำเภอจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” นายโชตินรินทร์ กล่าว
“จากการตรวจสอบยังพบว่าทั้ง 3 แห่งมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น จึงจำเป็นต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลในประเด็นการใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน การตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้น ตลอดจนผู้มีอำนาจควบคุมกิจการและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด” ผวจ.เน้นย้ำ
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ ยกระดับมาตรฐานการประกอบกิจการโรงแรม และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสนับสนุนข้อมูลแก่พนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่
นายโชตินรินทร์ ยืนยันว่า การบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต แต่จะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน เนื่องจากผู้ประกอบการที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของภาครัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ลักลอบประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต หรือมีการใช้โครงสร้างการถือหุ้นอำพราง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ซึ่งจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว
ที่มา: ปชส. จังหวัดภูเก็ต


