Expedia
Expedia

ปลัดภูเก็ตโต้กลับหลังมีคำสั่งย้ายช่วยราชการ ขณะการสืบสวนส่วยป่าตองทวีความเข้มข้นขึ้น

ภูเก็ต - นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกสั่งย้ายด่วน โดยอธิบดีกรมการปกครอง ให้มาช่วยราชการที่ส่วนกลาง จากกรณีมีข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับส่วยสถานบันเทิงในพื้นที่หาดป่าตอง ได้ตั้งคำถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการตอบโต้ต่อการปราบปรามการบุกรุกชายหาดผิดกฎหมาย ที่หาดฟรีดอมและหาดบางเทาเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569, เวลา 09:00 น.

คำสั่งให้ข้าราชการ 5 นาย ช่วยราชการ ที่กรมการปกครอง

คำสั่งให้ข้าราชการ 5 นาย ช่วยราชการ ที่กรมการปกครอง

“56 วัน ยึดหาดฟรีดอม และบางเทา คืนให้รัฐมูลค่าหลายพันล้าน นี่หรือคือความเป็นธรรม” นายรุ่งเรือง เขียนข้อความบนเฟซบุ๊ก หลังจากคำสั่งโยกย้ายถูกเผยแพร่ออกมา จากกรณีผู้ประกอบการสถานบันเทิงป่าตอง ที่กล่าวหาว่ามีการรับสินบน กรรโชกทรัพย์ และการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมในการออกใบอนุญาตสถานบันเทิง

วันที่ 20 พ.ค. 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่งให้ปลัดจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ช่วยราชการกรมการปกครองเป็นการประจำ “เพื่อประโยชน์ทางราชการ และให้กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย”

ทว่าเมื่อการสืบสวนขยายวงกว้างขึ้น ประเด็นความขัดแย้งก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าข้อพิพาทเรื่องสถานบันเทิงยามค่ำคืนในป่าตอง ไปสู่ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล การบังคับใช้กฎหมายที่ดินสาธารณะ ความขัดแย้งเรื่องการจัดโซนนิ่ง และข้อกล่าวหาเรื่องการมีมาตรฐานสองมาตรฐานภายในโครงสร้างการบริหารงานของจังหวัดภูเก็ต

อธิบดี ปค.ยืนยันว่าการสั่งโยกย้ายดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่หาดฟรีดอมและหาดบางเทา

“ปฏิบัติหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดี รักษาเกียรติศักดิ์ศรีนักปกครอง ต้องยืนอยู่บนความถูกต้องและประโยชน์ประชาชน” นายนฤชา กล่าว พร้อมชี้แจงว่าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่หาดฟรีดอมและหาดบางเทาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับสินบนและการกรรโชกทรัพย์ในพื้นที่ป่าตองแต่อย่างใด

“การช่วยราชการกับเรื่องยึดพื้นที่หาดฟรีดอมคืนให้รัฐบาลมูลค่าพันล้านบาท เป็นคนละเรื่องกัน ส่วนการทำดีทำถูก ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ส่วนที่ทำผิดหรือส่วนที่จะต้องมีการดำเนินการต่อก็มีอยู่ ต้องแยกส่วนกัน”

คำสั่งให้ข้าราชการ 5 นาย ช่วยราชการ ที่กรมการปกครอง 25 พ.ค. – 24 มิ.ย. 2569 ประกอบด้วย 1.นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต 2.นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต 3.น.ส.วิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลาง 4.นายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้ และ 5.นายดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต

“เรื่องนี้ยังอยู่ในการตรวจสอบ ส่วนปลัดจังหวัดภูเก็ตที่แสดงความไม่พอใจนั้น สามารถยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมได้ เพราะคำสั่งตรงนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเรียกมาประจำ เพื่อมาสอบเพิ่มเติมภายใน 30 วัน โดยตอนนี้ยังไม่มีความผิดอะไร”

ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการรวมชื่อของนายอำเภอถลางเข้าไว้ในคำสั่งว่าเพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของป่าตอง

นายนฤชา อธิบายว่า รายงานได้ถูกยื่นส่งมาเพื่อการสืบสวนสอบสวน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่หรือไม่ และไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับป่าตองหรือไม่ จำเป็นต้องได้รับการสืบสวนสอบสวนก่อน

ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากกระทรวงมหาดไทยในการมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีอิทธิพล เครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และการบุกรุกที่ดินสาธารณะซึ่งเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ต

เมื่อต้นเดือนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ซึ่งเคยได้คุมกระทรวงนี้ในรัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มาสั่งการให้ดำเนินการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล หลังเกิดข้อพิพาทปัญหาที่ดินหาดฟรีดอม

แสดงจุดยืน

คำสั่งโยกย้ายที่เกิดขึ้นหลัง การนำของ นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงป่าตอง รวมตัวกันเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการรีดไถและการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ให้ความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา

นายวีรวิชญ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หลายรายยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าการมุ่งความสนใจไปที่ผู้ถูกโยกย้ายในปัจจุบัน มีความเสี่ยงที่จะบดบังปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า จากระบบการจัดโซนนิ่งและการออกใบอนุญาตของภูเก็ต

“การย้ายเป็นไปตามกระบวนการ เพื่อที่จะไปสอบข้อเท็จจริง ถ้าทั้ง 5 ท่านไม่มีมีความผิดก็น่าจะได้กลับมาเหมือนเดิม”

“สิ่งที่ต้องยอมรับคือข้อกฎหมายที่ใช้ทั่วประเทศไทยไม่เหมาะสมกับสภาพเมืองภูเก็ตที่เป็นอยู่” นายวีรวิชญ์ กล่าว “การออกสื่อของผู้ใหญ่บางคนก็แค่สร้างภาพ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้ช่วยอะไรเลย”

HeadStart International School Phuket

ภูเก็ตโปร่งใส

ในการให้สัมภาษณ์กับ The Phuket News นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย โปร่งใส ไม่มีเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมเร่งแก้ปัญหาการออกใบอนุญาตประกอบกิจการ คำสั่งย้าย 5 เจ้าหน้าที่เป็นเพียงการช่วยราชการเพื่อสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การลงโทษ พร้อมระบุว่ากระแสประท้วงอาจเกิดจาก “ความเข้าใจคลาดเคลื่อน” ระหว่างผู้ประกอบการกับภาครัฐ

“ขณะนี้ผู้ประกอบการได้ยื่นคำขอต่ออำเภอ และอำเภอส่งเรื่องมายังจังหวัดเพื่อพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต โดยจังหวัดได้พิจารณาอนุมัติคำขอที่เอกสารครบถ้วนไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา” นายกองเอกอดุลย์ กล่าว พร้อมเน้นย้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับมาโดยตลอดว่าไม่มีหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใดในการเรียกรับผลประโยชน์จากการออกใบอนุญาต

สำหรับกรณีบางพื้นที่ที่ถูกร้องเรียนว่าอยู่นอกโซนที่ได้รับอนุญาต รองผู้ว่าฯ ระบุว่า ยังไม่มีข้อมูล ต้องสอบถามจากนายอำเภอเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่าการทำงานของจังหวัดเป็นไปอย่างโปร่งใส เพียงบางครั้งอาจล่าช้าเพราะเอกสารจากผู้ประกอบการหรืออำเภอส่งมายังจังหวัดล่าช้า

จัดฉาก

ในบรรดาข้าราชการที่ถูกสั่งย้าย นายรุ่งเรืองได้ออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างแข็งกร้าวที่สุด เพื่อปกป้องตนเองจากข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าข้อร้องเรียนเหล่านั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง และเชื่อมโยงกับบทบาทของเขาในการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายเรื่องชายหาดและที่ดินสาธารณะ

“ผมมองว่าเป็นการจัดฉากจากพวกมีอิทธิพล ที่ต้องการโยกย้ายผม ออกจากพื้นที่ เพราะวันที่ผมไปจับรีสอร์ทรุกที่สาธารณะหาดบางเทา มีอดีต รมช. คนหนึ่งโทรมา ขอให้ผมปล่อยตัวผู้ต้องหา ขู่ว่ารู้จักคนใหญ่คนโตในมหาดไทย พอผมไม่ยอมเขาก็โทรไปหารองผู้ว่าฯ ผมคงไปขัดผลประโยชน์เขา” นายรุ่งเรือง เปิดเผยกับ The Phuket News

ปลัดยืนยันว่าเคยมีการติดต่อมาชวนไปรับประทานอาหาร และทำความรู้จักเป็นการส่วนตัว จากผู้เกี่ยวข้องกับพื้นที่หาดบางเทาและหาดฟรีดอม แต่ตนปฏิเสธทั้งหมด พร้อมย้ำว่าไม่เคยเรียกรับเงิน 100 ล้านบาท ตามที่มีการกล่าวอ้างในโซเชียล

“ผมขอยืนยันว่าไม่มีทาง เพราะผมทำตามหน้าที่ ทำงานตรงไปตรงมา เงินซื้อความถูกต้องไม่ได้” เน้นย้ำทำงานโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายพร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดเกี่ยวกับการเรียกรับส่วยออกใบอนุญาต

“ผมไม่เคยเจอ ไม่เคยมีเบอร์โทร และไม่เคยติดต่อกับคนที่ถูกกล่าวถึงเลย รู้แค่ว่ามีคนพยายามจะติดต่อมา แต่ผมไม่ขอพบ ไม่ขอคุย” และยืนยันว่าจะเดินหน้าปกป้องที่ดินสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนและคนรุ่นหลัง โดยเฉพาะหาดบางเทาและหาดฟรีดอม ซึ่งจะต้องกลับมาเป็นของประชาชนอย่างถูกต้องแน่นอน เน้นย้ำไม่กลัวต่อแรงกดดันใด ๆ เพราะถือเป็นหน้าที่ในการรักษาผืนแผ่นดินไทย

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว อิศรา รายงานว่า ขณะดำรงตำแหน่งนายอำเภอสุไหงโก-ลก ช่วง เม.ย. 2565 การทำงานของเขาถูกตั้งคำถาม หลัง ปปง. เข้ายึดทรัพย์เครือยาเสพติด และพบอาวุธปืนกว่า 18 กระบอกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง บางส่วนออกและลงนามโดยนายรุ่งเรือง

แม้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเริ่มสงบลงหลังการชี้แจง แต่แล้วช่วงค่ำของวันที่ 30 ส.ค. ปีเดียวกันมีข่าวว่าเขาได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อมทนาย หลังมีการออกหมายจับที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ต่อมานายรุ่งเรืองได้รับการประกันตัวชั่วคราวและปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทวีความรุนแรงขึ้น

การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการ ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ รวมถึงจาก นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส. ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งได้ตั้งคำถามว่าทำไมข้าราชการที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่จึงถูกรวมเข้าไว้ในคำสั่งนี้ด้วย พร้อมทั้งได้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าบังคับใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน

ทางด้านนายอำเภอกะทู้ นายอำเภอถลาง และนายอำเภอเมือง ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำสั่งโยกย้ายดังกล่าว ส่วนป้องกันจังหวัดภูเก็ต ไม่สามารถติดต่อเพื่อขอความคิดเห็นได้

แม้ว่าผลกระทบทางการเมืองและข้อกล่าวหาจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันว่ายังคงเป็นเพียงกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น และขณะนี้ยังไม่พบการกระทำความผิดของข้าราชการที่ถูกสั่งย้ายทั้ง 5 ราย


 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่