Expedia

ภูเก็ตพลาดรางวัล “จังหวัดสะอาด” เผยปมปัญหาที่มีความซับซ้อนของเกาะแห่งนี้

ภูเก็ต - ปัญหาการจัดการขยะที่ทับถมของภูเก็ตกลับมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้ง หลังจากที่เกาะแห่งนี้พลาดตำแหน่งในการประกวด “จังหวัดสะอาด” ด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ระดับประเทศประจำปีนี้ ซึ่งเป็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อปีที่แล้วที่เคยติดท็อป 3 ของกลุ่มจังหวัดขนาดเล็ก คว้าโล่รางวัล “จังหวัดสะอาด” และ “อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก”

ณัฏฐ์นรี ลิขิตวัฒนสกุล

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน 2568, เวลา 12:00 น.

รางวัลประจำปีซึ่งจัดโดยกระทรวงมหาดไทย ในการเฟ้นหาต้นแบบการบริหารมูลฝอยชุมชน เพื่อเชิดชูจังหวัดที่แสดงความเป็นเลิศในการจัดการขยะอย่างยั่งยืน จัดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยมี นายศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งจังหวัดสตูล ลำปาง และจันทบุรี จะได้รับรางวัลสูงสุดในปีนี้ แต่ภูเก็ตกลับไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ชนะรางวัล

ท้องถิ่นจังหวัด ระบุว่า การที่ภูเก็ตพลาดรางวัลนี้สะท้อนถึง ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีมาอย่างยาวนานและลึกซึ้ง มากกว่าจะเป็นเพียงความพ่ายแพ้ในการแข่งขัน

"ปัญหาของภูเก็ตอยู่เหนือกว่ากระบวนการประกวดรางวัล เรากำลังรับมือกับประชากรแฝง แรงกดดันจากการท่องเที่ยว และปริมาณขยะที่เกินกว่าขีดความสามารถในการกำจัดของเรา” นายวุฒิชัย บำรุงรัตน์ ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยกับ The Phuket News พร้อมทั้งให้ความเห็นถึงสิ่งที่อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ภูเก็ตไม่ได้รับรางวัลจังหวัดสะอาดในปีนี้ หลังจากจังหวัดภูเก็ตสร้างผลงานคว้าโล่รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ของจังหวัดขนาดเล็กเมื่อปีที่แล้ว โดยมีข้อสันนิษฐานดังนี้

มาตรฐานคงเดิม: ภูเก็ตยังคงมีมาตรฐานในการดำเนินงานจัดการขยะคงเดิมอยู่ ไม่ได้มีการพัฒนาเพิ่ม

เกณฑ์การตัดสินและนวัตกรรม: รางวัลจังหวัดสะอาดมีตัวชี้วัดและเกณฑ์หลายตัว ภูเก็ตได้นำเสนอนวัตกรรมของตนเองแล้ว แต่คาดว่าอาจสู้กับนวัตกรรมของคู่แข่งในปีนี้ไม่ได้ และคณะกรรมการก็ต้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินด้วย

และปัญหาที่ซับซ้อน: ปัญหาที่แท้จริงของภูเก็ตมีความซับซ้อนกว่าเรื่องการบริหารจัดการเพื่อรับรางวัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านประชากรแฝงและนักท่องเที่ยว

สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปีหน้า เพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตขึ้นมาเป็นแชมป์จังหวัดสะอาด

1. การรณรงค์และแนวทางการคัดแยกขยะ ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตได้ปรับแนวทางการรณรงค์การคัดแยกขยะในระดับครัวเรือน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและต้องใช้เวลามาก (เทียบเคียงกับประเทศญี่ปุ่นที่ใช้เวลาถึง 10 ปี)

“ตอนนี้เรามีธนาคารขยะชุมชน ท้องถิ่นกำลังพยายามรณรงค์เรื่องธนาคารขยะชุมชนแทน” นายวุฒิชัย กล่าว

โดยมีเป้าหมาย เพื่อให้ชุมชนมีความตื่นตัวและนำขยะที่มีมูลค่า เช่น ขยะรีไซเคิล, พลาสติก, ทองแดง, เศษโลหะ, อะลูมิเนียม มารวมกัน ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับคือขยะที่รวบรวมได้จะถูกนำไปขาย และเงินที่ได้จะจัดตั้งเป็นกองทุนของธนาคารขยะ เพื่อนำมาดูแลประชาชนในสังคม ซึ่งพื้นที่ที่ดำเนินการได้ดีแล้วคือ ทต.ฉลอง และ อบต.เชิงทะเล ก็เริ่มดีขึ้น ส่วน ทน.ภูเก็ตก็มีชุมชนสามกองที่เริ่มรณรงค์แล้ว หากโครงการมีความชัดเจนมากขึ้น จะมีการถ่ายทอดบทเรียนไปยังชุมชนอื่นที่ยังตามหลังอยู่เพื่อให้ครอบคลุมทั่วเกาะ นายวุฒิชัย อธิบาย

“ปัญหาที่สำคัญที่สุดของภูเก็ตในปัจจุบันคือ ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าความสามารถในการกำจัด และ ความวิกฤตของบ่อฝังกลบ ในส่วนเเรกภูเก็ตกำลังการกำจัดที่จำกัด เนื่องจากเตาเผาที่มีอยู่เผาได้เพียงเเค่ 700 ตันต่อวัน” เขากล่าว “ปริมาณขยะในช่วงหน้าโลว์ (ที่ผ่านมา) เข้าถึง 1,200 ตันต่อวัน และคาดว่าในช่วงหน้าไฮจะไม่ต่ำกว่า 1,500 ตันต่อวัน”

การฝังกลบขยะ

ขยะส่วนที่เหลือจากการเผา (ประมาณ 500 ตันต่อวัน) จะถูกนำไปเข้าบ่อฝังกลบ เเต่เราก็ยังมีวิกฤตบ่อฝังกลบ ภูเก็ตมีจุดกำจัดขยะจุดเดียวคือที่เทศบาลนครภูเก็ต (สะพานหิน) โดยมีบ่อฝังกลบอยู่ 5 บ่อ (รวมเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่) ซึ่งเต็มหมดแล้ว

การรื้อร่อนขยะ

เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตบ่อขยะ เทศบาลนครภูเก็ตกำลังดำเนินการว่าจ้างบริษัทเอกชนให้รื้อร่อนขยะในบ่อฝังกลบ วัตถุประสงค์เพื่อนำขยะเก่าขึ้นมาทำ RDF (Refuse Derived Fuel) หรือเชื้อเพลิงขยะ โดยกระบวนการจะมีการรื้อร่อนและทำให้พลาสติกแห้ง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม (เช่น โรงงานผลิตไฟฟ้า หรือโรงปูนที่สระบุรี) ส่วนปริมาณสามารถรื้อร่อนขยะเก่าขึ้นมาได้วันละเฉลี่ย 600 ตัน และงบประมาณที่ ได้รับงบประมาณรื้อร่อนจากรัฐบาลประมาณ 40 (หรือ 35) ล้านบาท และสมทบเอง 5 ล้านบาท ซึ่งหมดแล้ว หากไม่มีการรื้อร่อนอย่างต่อเนื่องจะเกิดวิกฤต

แผนระยะยาว

จังหวัดภูเก็ตมีแผนการกำจัดขยะในระยะยาว ซึ่งแผนขยายกำลังการกำจัดขยะในอนาคต โดยมีแผนการก่อสร้างเตาเผาลูกที่ 2 ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำเตาเผาแห่งที่สอง ขนาดความสามารถกำจัดขยะที่วันละ 500 ตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปลายปี 2570 หากเตาเผาแห่งที่สองสร้างเสร็จ จะสามารถรองรับปริมาณขยะได้รวม 1,200 ตันต่อวัน (700 ตันเดิม + 500 ตันใหม่) รวมถึงเตาเผาลูกที่ 3 ซึ่งมีการเห็นพ้องต้องกันจากผู้ว่าราชการจังหวัด (ท่านอดีตผู้ว่าฯ โสภณ สุวรรณรัตน์ และท่านผู้ว่าฯ ศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร คนปัจจุบัน) ว่าจะดำเนินการจัดทำเตาเผาอีกแห่งหนึ่ง (อาจจะมีขนาด 500 ตัน) ขณะที่เตาเผาแห่งที่สามอยู่ระหว่างการพิจารณาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) โดยมีแนวโน้มว่าจะสร้างขึ้นที่สวนป่าบางขนุน นายวุฒิชัย กล่าว

ปัญหาการเก็บขยะในพื้นที่

นายวุฒิชัย กล่าวอีกว่า แม้ว่ามาตรฐานการเก็บขนโดยรวมจะดีขึ้น (เน้นไม่ให้ขยะตกหล่นและน้ำขยะไม่รั่วไหล) แต่ยังมีปัญหาสภาพขยะกองท่วมในบางจุด เช่น ที่ ป่าตอง, รัษฎา และ อบต.เชิงทะเล เนื่องจากปริมาณขยะเพิ่มขึ้น พื้นที่อย่างเชิงทะเลมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์และแคมป์คนงาน ตอนนี้การก่อสร้างในพื้นที่เชิงทะเลมีเยอะขึ้นกว่าเก่ามาก

“อีกปัญหาการจ้างเหมาเอกชน ภูเก็ตมีการเก็บขยะ 2 แบบ คือ โดยท้องถิ่นเอง และโดยการจ้างเหมาเอกชน ปัญหาใหญ่เกิดจากการจ้างเหมา เนื่องจากบริษัทเอกชนที่รับงานเก็บขนไม่ทัน อย่างไรก็ตามเทศบาลก็มีมาตรการ โดยท้องถิ่นสามารถทำได้เพียงปรับเงินบริษัทที่ผิดสัญญา ในส่วนพื้นที่ป่าตองเทศบาลป่าตองกำลังพยายามหาทางออก โดยอาจต้องปรับปรุงการจ้างเหมาใหม่ อาจจะขยายระยะเวลาสัญญาเป็น 3 ปี (จากเดิมปีต่อปี) เพื่อดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ให้เข้ามาบริหารจัดการ” เขากล่าว

ความท้าทายเฉพาะของภูเก็ตจากประชากรแฝงและนักท่องเที่ยว

“ความยากลำบากในการจัดการขยะและการรณรงค์ของภูเก็ตมาจากโครงสร้างประชากรที่ไม่เหมือนใคร ประชากรตามทะเบียนราษฎร์มีเพียงประมาณ 400,000 คน แต่ประชากรแฝงมีจำนวนเกือบ 2 ล้านคน ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวที่มีการเดินทางเข้าออกนับ 10 ล้านคนต่อปี”

“กลุ่มประชากรแฝงและนักท่องเที่ยวเหล่านี้คือกลุ่มที่สร้างขยะในพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งทำให้ปริมาณขยะค่อนข้างเกินขนาดเมื่อเทียบกับประชากรหลัก และการรณรงค์ใด ๆ กับกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มาอาศัยชั่วคราวเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก” นายวุฒิชัย กล่าว

และแม้จะจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดแผนระยะสั้นและระยะยาวเอาไว้แล้ว แต่ท้องถิ่นจังหวัดก็ได้ยอมรับว่า หากไม่มีการลดขยะที่แหล่งกำเนิดอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อมของภูเก็ตก็จะยังคงเปราะบางต่อไป

"เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการจัดการขยะ ไม่ใช่แค่หาวิธีในการเผาขยะเท่านั้น" เขากล่าว








 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่