นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยยอดตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ระหว่าง 1 กรกฎาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนกว่า 1,025,162 คน ทำให้เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว รวมทั้งจากการเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศ ทำให้อัตรานักท่องเที่ยวจากอินเดีย และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงนี้ และหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย จะเร่งให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มเติม ด้วยการนำร่องให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีสถานบันเทิงเปิดได้ถึงตี 4
ภายหลังจากการลงพื้นที่สถานบันเทิงบนถนนบางลา เพื่อสำรวจความต้องการในการเปิดให้บริการจนถึงเวลา 04.00 น. เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเปิดเผยว่า จากผลวิจัยและการหารือกับผู้ทำวิจัยจาก 3 สถาบันการศึกษา ที่มีนักศึกษาทำวิจัยเรื่องปิดถึงตี 4 ได้ผลออกมาตรงกันทั้งหมดว่านักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายสูงสุดอยู่ในช่วงตี 1 ถึงตี 3 เป็นช่วงที่พีคที่สุด ถือเป็นการตอบโจทย์ว่าการปิดสถานบันเทิงในช่วงเวลาตี 4 ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กลับไปพักผ่อน และเชื่อว่าการขยายเวลาให้บริการของสถานบันเทิงจะมีผลหรือมูลค่าทางเศรษฐกิจขึ้นมาเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
โอกาสนี้ นายพิพัฒน์ ได้กล่าวถึงการขยายเวลาเปิดให้บริการของสถานบันเทิงจนถึงเวลา 4.00 น. ว่าจะให้ถนนบางลา ป่าตอง เป็นพื้นที่นำร่อง หรือ “บางลาโมเดล” ซึ่งจะนำเข้าหารือ ศบค. ในเดือนตุลาคมนี้
"หากดำเนินการได้จะสร้างเม็ดเงินเพิ่มเดือนละ 100 ล้านบาท และหากภูเก็ต ได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo 2028 จะทำให้เกิดเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้านบาท" นายพิพัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไว้ที่ 20 ล้านคน ส่วนคนไทยยังคงเป็นเป้าหมายเดิมที่ 160 ล้านคน ซึ่งจะสร้างรายได้รวมอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท และนั้นคือการฟื้นตัวที่กลับมาถึงร้อยละ 80 ของปี 2562 ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19
ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์



