พฤติการณ์สืบเนื่องจาก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้มีการประสานงานผ่านช่องทางทูตตำรวจ ร้องขอมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการจับกุมตัวนายไต้ฯ เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากนายไต้ฯ ขณะที่ยังพำนักอยู่ในประเทศจีน ได้มีพฤติการณ์เป็นผู้จัดตั้งและดำเนินการเครือข่ายค้าประเวณี อีกทั้งยังมีการบังคับขู่เข็ญให้ผู้เยาว์ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาสู่กระบวนการค้าประเวณีอันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง
หลังจากก่อเหตุ นายไต้ฯ ได้หลบหนีออกจากประเทศจีนและเดินทางเข้ามากบดานในประเทศไทย ทางตำรวจ ปคม. จึงได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ จากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ข้อมูลว่านายไต้ฯ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอย่างลับ ๆ ที่คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในย่านห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว และได้พบตัวนายไต้ฯ อยู่ภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนพร้อมแสดงหมายจับตามขั้นตอน พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ ก่อนจะควบคุมตัวส่งมอบให้กับพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายกิจการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับฉบับนี้มาก่อน
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.ต.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ดำเนินการ



