พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งในคดีครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นคดีในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยย้ำว่ากระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก พร้อมกำชับให้ DSI ดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างต่อเนื่อง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ ฟื้นฟู และคุ้มครองเด็กผู้เสียหายอย่างเหมาะสม
คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษยื่นฟ้อง ส.ต.ท. เจษฎา (สงวนนามสกุล) ขณะเกิดเหตุรับราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต นำเข้า ส่งออก เผยแพร่ หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ รวมทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ปรับเป็นเงิน 120,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ และได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย รายละ 25,000 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจ ศาลจึงพิพากษาให้รอลงอาญา 3 ปี และให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ คุมประพฤติ เป็นเวลา 1 ปี และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จำนวน 24 ชั่วโมง
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เมื่อ DSI ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และประสานข้อมูลกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) พร้อมใช้สุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ESD K9) จากองค์กร OUR Rescue เข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาในจังหวัดภูเก็ต พบคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ภายในพบไฟล์สื่อลามกอนาจารกว่า 258,000 ไฟล์ ทั้งภาพและวิดีโอ โดยมีผู้เสียหายเป็นเด็กไทยและต่างชาติหลายพันราย
คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ Blackwrist ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศของ DSI กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เช่น FBI, ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP), Homeland Security Investigations (HSI), INTERPOL และกระทรวงกิจการภายในนิวซีแลนด์ (DIA) รวมถึงประเทศในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2560
ในระหว่างการอ่านคำพิพากษาของศาลอาญา หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดี ได้ให้ความสนใจติดตามและร่วมรับฟังคำพิพากษา เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า คดีนี้เป็นผลจากการสืบสวนขยายผลร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การจับกุม พร้อมยืนยันว่า DSI จะเดินหน้าประสานความร่วมมือกับต่างประเทศต่อไป เพื่อระบุตัวตนผู้เสียหายและให้ความช่วยเหลือเด็กที่ปรากฏในสื่อดังกล่าว
ที่มา: กรมสอบสวนคดีพิเศษ



