ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ได้ร่วมกันจับกุม นายกันตพลฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาชาวไทย ในความผิดฐาน “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมาอีก 12 ราย ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และจับกุมได้ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 4 กิโลเมตรที่ 497 ต.วังใหม่ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร
พฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจสกัดในพื้นที่ จ.ชุมพร และได้ตรวจพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวมีลักษณะต้องสงสัย แต่คนขับกลับเร่งเครื่องยนต์ฝ่าด่านหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับตำรวจทางหลวงชุมพรเพื่อร่วมกันติดตามสกัดจับ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ขับรถติดตามพร้อมเปิดสัญญาณไฟและเสียงไซเรนเพื่อให้ผู้ขับขี่หยุดรถ แต่ผู้ขับขี่ยังคงขับหลบหนีต่อไปด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังขับรถย้อนศรบนถนนสายหลักเป็นระยะทางยาวกว่า 20 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการกระทำที่อันตรายและสร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งรถยนต์คันดังกล่าวได้เสียหลักพลิกคว่ำลงบริเวณเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่จึงสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบพบนายกันตพลฯ เป็นผู้ขับขี่ และมีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวน 12 คน นั่งอัดกันมาในรถ โดยไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใด ๆ พร้อมกันนี้ได้ตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์กระบะ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสลุย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาชาวไทยให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างเป็นเงินจำนวน 8,000 บาทต่อเที่ยว ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อนำไปส่งยังปลายทางที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ดำเนินการ



