อย่างไรก็ตาม สส.เฉลิมพงศ์ ชี้ว่า การคุ้มครองสิทธิแรงงานแพลตฟอร์มต้องดำเนินควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกฎหมายขนส่ง และต้องไม่กระทบต่อผู้ประกอบอาชีพขนส่งดั้งเดิม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างแรงงานทุกกลุ่ม
พร้อมทั้งยกตัวอย่างปัญหาในจังหวัดภูเก็ต พบว่าค่าครองชีพที่สูงและต้นทุนน้ำมัน ทำให้แรงงานต้องเร่งทำรอบ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงอุบัติเหตุ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุ แรงงานต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเอง ขณะที่แพลตฟอร์มไม่ได้รับผิดชอบ
“สองสัปดาห์ที่แล้ว จ.ภูเก็ต เกิดอุบัติเหตุคนขับรถบนแพลตฟอร์ม เกิดอาการหลับใน พุ่งชนร้านค้า ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนจากภาวะที่จะต้องทำงานหนักมากเกินไป จนพักผ่อนไม่เพียงพอ” สส.เฉลิมพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น รถไม่จดทะเบียนป้ายเหลือง ไม่มีประกันภัยพาณิชย์ และความไม่ปลอดภัยในการให้บริการ
ทั้งนี้ สส.เฉลิมพงศ์ ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาอย่างรอบด้าน พร้อมวางระบบคุ้มครองแรงงาน ควบคู่กับการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและการแข่งขันที่เป็นธรรม ทั้งต่อแรงงาน ผู้บริโภค และผู้ประกอบการในระบบเดิม
“เราควรสร้างระบบ หรือข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อคุ้มครอง ให้เกิดความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน โดยทั่วไป คุ้มครองความปลอดภัย ของผู้บริโภคทำให้เกิดการแข่งขัน ที่เท่าเทียมกันระหว่างพี่น้องแรงงาน ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม กับพี่น้องที่ประกอบอาชีพขนส่งดั้งเดิม ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายขนส่ง ที่เคร่งครัด ทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งแรงงาน เจ้าของแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันต้องควบคู่กับการปฏิบัติตามฎหมายไทย” เขากล่าว
พร้อมทิ้งท้ายว่า “เพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกสาขา อาชีพ”


