ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจการณ์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและกวดขันวินัยจราจร เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนหมายเลข 304 กิโลเมตรที่ 177 (จุดกลับรถเกือกม้าหนองกี่) ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้พบรถบัสโดยสารไม่ประจำทางคันหนึ่งจอดอยู่ในลักษณะกีดขวางช่องทางการจราจร เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
จากการตรวจสอบพบนายพิพัฒน์ฯ ผู้ต้องหา นั่งอยู่บริเวณข้างรถคันดังกล่าว เมื่อสอบถามถึงสาเหตุที่จอดรถ นายพิพัฒน์ฯ ได้แจ้งว่ารถน้ำมันหมด แต่ในระหว่างการพูดคุยนั้น นายพิพัฒน์ฯ แสดงท่าทีมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งนายพิพัฒน์ฯ ก็ได้หยิบใบขับขี่ออกจากกระเป๋าสะพายที่พกติดตัวมาส่งให้เจ้าหน้าที่
แต่ในขณะที่รับใบขับขี่มาตรวจสอบนั้น เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นผิดปกติคล้ายกับกลิ่นของยาเสพติดโชยออกมาจากใบขับขี่ จึงเป็นเหตุให้เกิดความสงสัยมากยิ่งขึ้น เมื่อตรวจค้นปรากฏว่า พบยาบ้า 15 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องที่ 2 ของกระเป๋าสะพายสีดำ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้ซื้อยาบ้าดังกล่าวมาจากวัยรุ่นในพื้นที่ซึ่งไม่ทราบชื่อ ในราคาเม็ดละ 30 บาท และยอมรับอีกว่าก่อนถูกจับกุมในวันเดียวกันนั้น ตนได้เสพยาบ้าไปแล้วจำนวน 2 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดที่โรงพยาบาล ผลการตรวจยืนยันพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกายจริง
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล. สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ดำเนินการ



