จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำคณะร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ณ ห้องประชุมพระพิศิษฐ์กรณีย์ ชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองป่าตอง โดยเบื้องต้นจากการลงพื้นที่ ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาข้อสันนิษฐานของประชาชนในพื้นที่เรื่องการเกิดสาหร่ายดังกล่าวอาจมาจากกรณีการจอดเรือสำราญ ซึ่งปัจจุบันจอดอยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 2 กม. ทางที่ประชุมจึงมีแนวทาง "ปรับระยะจอด" จากเดิม 2 กม. เป็น 3 กม. จากฝั่ง ซึ่งเดิมเรือจอดในระยะ 2 กม. ความลึกประมาณ 17 ม. เมื่อปรับระยะจอด ออกไปที่ 3 กม. ความลึกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 22 ม. ลึกขึ้นอีกประมาณ 5 ม. ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดแรงกระทบที่อาจส่งผลต่อสาหร่าย เพื่อคลายความกังวลของประชาชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดแรงกระทบของใบพัดเรือที่อาจส่งผลต่อสาหร่าย และจะติดตามประเมินผลว่าการปรับระยะจอดเรือจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ได้แจ้งแนวทางดังกล่าวไปยังเอเจนต์และผู้ประกอบการเรือสำราญแล้ว
ในส่วนการบริหารจัดการสาหร่าย เทศบาลเมืองป่าตอง ได้ดำเนินการเก็บกวาดและนำไปฝังกลบ เนื่องจากไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1–2 วัน ในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ พร้อมยืนยันว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวยังสามารถท่องเที่ยวบริเวณชายหาดได้ตามปกติ
พร้อมกันนี้ที่ประชุมฯ ได้ร่วมพูดคุยหารือในเรื่องการลดปริมาณขยะอินทรีย์ในพื้นที่ตำบลป่าตอง โดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการเพื่อลดปริมาณขยะต้นทางก่อนส่งไปยังศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย จังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต เพื่อเป็นการลดภาระของศูนย์กำจัดขยะอีกทางหนึ่ง



