Expedia

แก๊งมิจฉาชีพหลอก ’กดหัวใจ’ ลวงโอนเงินสูญเกือบแสน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหญิงวัย 46 ปี ตามหมายจับคดีฉ้อโกงและเปิดบัญชีม้า หลังร่วมขบวนการหลอกทำงานกดไลก์ TikTok แลกเงิน ภายหลังจากผู้เสียหายหลงเชื่อโฆษณาหารายได้เสริม กดหัวใจคลิปได้ค่าตอบแทน เริ่มต้นได้เงินจริงเล็กน้อย ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินทำภารกิจ อ้างรับโบนัส สุดท้ายสูญเงินรวม 98,850 บาท และไม่สามารถถอนเงินได้

ข่าวภูเก็ต

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569, เวลา 09:21 น.

ภาพ ตำรวจสอบสวนกลาง

ภาพ ตำรวจสอบสวนกลาง

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม น.ส.เบญจวรรณฯ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 6 ส.ค. 2567 และหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ลงวันที่ 17 ก.ค. 2567 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด (เปิดบัญชีม้า)” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ที่ บริเวณหน้าสถานีรถไฟ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2566 ผู้เสียหายต้องการหารายได้เสริม และได้พบโฆษณาชักชวนทำงานผ่านแอปพลิเคชัน TikTok โดยอ้างว่าเพียงแค่กดหัวใจ (กดถูกใจ) คลิปวิดีโอก็จะได้รับค่าตอบแทนคลิปละ 10–24 บาท และสามารถสร้างรายได้สูงถึงวันละ 1,000–5,000 บาท ต่อมามีคนร้ายติดต่อส่งคลิปให้ทดลองทำภารกิจ เมื่อผู้เสียหายทำตามและได้รับเงินจริงจำนวน 30 บาทในครั้งแรก จึงหลงเชื่อว่ามีรายได้จริง

จากนั้นคนร้ายได้ให้ลงทะเบียนผ่านลิงก์และทำภารกิจเพิ่มเติม พร้อมหลอกลวงว่าหากต้องการรับโบนัสหรือรายได้เพิ่ม จำเป็นต้องโอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปหลายครั้ง ตามที่ได้รับคำแนะนำ ต่อมาคนร้ายเริ่มอ้างปัญหาต่างๆ เช่น บัญชีผิดพลาดหรือเงื่อนไขการถอนเงินไม่สมบูรณ์ เพื่อหลอกให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายที่ผู้เสียหายโอนไปทั้งสิ้น 98,850 บาท แต่กลับไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้ตามที่กล่าวอ้าง

เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า น.ส.เบญจวรรณฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ กำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและนำกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวบริเวณหน้าสถานีรถไฟจตุจักร จนพบตัวบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม

Thai Residential

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่าเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2566 ตนทำงานรับจ้างทั่วไปและกำลังหางานทำ จึงได้สมัครงานออนไลน์ตามคำแนะนำของญาติ โดยมีการสแกนใบหน้าและพิมพ์ข้อมูลส่วนตัวส่งให้ผู้รับสมัครงาน แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ จนกระทั่งมาถูกจับกุมในคดีบัญชีม้าซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกผู้เสียหาย



 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่