และโยก นายโชตินรินทร์ เกิดสม จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทน เพื่อเร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งและการบริหารงานภายในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
การโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเกิดกระแสความขัดแย้งรุนแรงในจังหวัดภูเก็ต โดยมีกรณีของ นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องการอ้างบุคคลผู้มีอำนาจเพื่อข่มขู่ว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงประเด็นคนสนิทเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ บริเวณหาดหลังสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล เพื่อแสวงหาผลประโยชน์
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่ากรณีข่มขู่ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเรื่องไร้สาระและทำให้ภาพลักษณ์ข้าราชการเสียหาย พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยเน้นย้ำว่าจะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกันกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งย้ายด่วนรองผู้ว่าราชการจังหวัด 5 คน ให้มีผลทันทีในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ซึ่งรวมถึงการย้าย นายธีระพงศ์ ออกจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และย้าย นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต อีก 1 คน ไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดสงขลา เพื่อลดแรงเสียดทานในการบริหารงาน
สำหรับประวัติของนายนิรัตน์ เป็นข้าราชการสายสิงห์ดำและเป็นผู้บริหารที่มีอาวุโสอันดับต้น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย เคยมีผลงานเด่นในการแก้ปัญหาไฟป่าและอุทกภัยขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
ขณะที่ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่ จะต้องเผชิญความท้าทายในการเร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลและการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ เพื่อกู้คืนภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลกต่อไป
อ่าน โพสต์ทูเดย์



