น.ส.วิวรรธนีฯ อายุ 33 ปี ถูกจับกุมในความผิดฐาน "ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้า)" และ นายพงศธรฯ ในความผิดฐาน "จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์, ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า"
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนพบเพจเฟซบุ๊กลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า จึงได้ให้สายลับทำการติดต่อล่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้า 2 หัว ในราคา 760 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.วิวรรธนีฯ จากนั้นมีไรเดอร์นำสินค้ามาส่งให้ ตรวจสอบพบว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมของแถมรวม 3 หัว เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่าสินค้าถูกส่งมาจากบริเวณห้องพักเรสซิเด้นท์แห่งหนึ่งในเขตประเวศ กทม. จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์
ต่อมาพบ น.ส.วิวรรธนี ปรากฏตัวบริเวณหน้าห้องพัก จึงเข้าแสดงตัวตรวจสอบ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าได้ขายบุหรี่ไฟฟ้าให้สายลับจริง ในขณะเดียวกัน นายพงศธรซึ่งเป็นสามีได้รีบเดินออกมาจากห้องพักด้วยท่าทีมีพิรุธและมีอาการตกใจ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้นำอาวุธปืนยี่ห้อ Sig Sauer 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 7 นัด รวมทั้งยาบ้า 117 เม็ด และยาไอซ์ ประมาณ 2 กรัม มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมด้วยตนเอง เนื่องจากเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นภายในห้องพักและตนเองจะถูกจับกุม
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดย น.ส.วิวรรธนีฯ รับว่าได้ขายบุหรี่ไฟฟ้าให้สายลับจริง ส่วนนายพงศธรฯ รับว่าอาวุธปืนและยาเสพติดของกลางเป็นของตนเอง นำมามอบให้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเพราะเกรงว่าจะถูกจับกุม
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินการ


