ปภ.เปิดเผยว่า ปัจจุบันมี 8 จังหวัดภาคใต้ได้รับผลกระทบ ส่วน 12 จังหวัด ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งก่อนหน้านี้ ปภ. จะยังคงติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากและทำให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ย. 68 เวลา 06.00 น.) มีสถานการณ์อุทกภัยจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล และสงขลา กินพื้นที่ 48 อำเภอ 214 ตำบล 1,295 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 124,003 ครัวเรือน 359,428 คน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ปภ.จึงได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ภาคใต้ เร่งส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนจังหวัดในการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเมื่อวานนี้ (20 พ.ย.) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย รวม 11 รายการ กระจายกำลังปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และอุบลราชธานี กินพื้นที่ 53 อำเภอ 444 ตำบล 2,882 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 134,210 ครัวเรือน 467,377 คน ปภ.จะยังคงติดตามสถานการณ์และสนับสนุนทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


