Expedia

ภูเก็ตตั้งเป้าจัดการขยะยั่งยืน เดินหน้าแผนลดขยะ 30% ใน 3 เดือน

ภูเก็ต – จังหวัดภูเก็ต ประชุมหารือสถานการณ์วิกฤตขยะในจังหวัด พร้อมกำหนดแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยจะเริ่มที่จัดการขยะ พร้อมเดินหน้าแผนลดขยะ 30% ใน 3 เดือน เพื่อความเป็น “ภูเก็ตยั่งยืน”

ข่าวภูเก็ต

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม 2568, เวลา 10:41 น.

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 68 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย โดยมี ดร.สมคิด ช่อคง ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อหารือสถานการณ์วิกฤตขยะในจังหวัด พร้อมกำหนดแนวทางการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

ในที่ประชุมได้พิจารณาจังหวัดภูเก็ตอยู่ระหว่างดำเนินการหาแนวทางในการรองรับและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในที่ประชุมได้มีการหารือถึงการอนุญาตให้ขนส่งเชื้อเพลิงขยะ (RDF) จากบริษัท ไทยไพบูลย์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ไปยังโรงไฟฟ้าขยะจังหวัดกระบี่ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานทดแทน ทั้งนี้ยังมีบริษัท ดีคิดส์ จำกัด ได้ยื่นขออนุญาตในการขนย้ายขยะไปกำจัดยังบริษัทเอกชนในจังหวัดปราจีนบุรี อันเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดภาระของศูนย์กำจัดขยะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และศักยภาพในการรองรับขยะที่สะสมในแต่ละวัน ซึ่งปัจจุบันมีสูงถึงมากกว่า 1,100 – 1,300 ตัน/ วัน

ในที่ประชุมยังได้มีการรายงานถึงผลกระทบจากขยะที่สะสมบริเวณพื้นที่ชุมชนสะพานหิน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนโดยรอบ ทั้งในด้านกลิ่น น้ำเสีย และความเสี่ยงด้านสุขอนามัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสูง ส่งผลให้การบริหารจัดการปัญหาขยะกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง

ทางด้านเทศบาลนครภูเก็ตได้เสนอประเด็นเร่งด่วนเพื่อพิจารณา คือ การปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมในการกำจัดขยะจากเดิมตันละ 560 บาท เป็นตันละ 865 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงานจริงในปัจจุบัน และเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยตั้งเป้าหมายการลดปริมาณขยะลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในระยะเวลา 3 เดือน

ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ แต่ขอให้มีการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราเริ่มต้น 720 บาท/ตัน ซึ่งจะเริ่มต้นทำการจัดเก็บในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อให้แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปดำเนินการตั้งงบประมาณ จากนั้นจะขยับอัตราตามขั้นบันไดในปีงบประมาณถัดไปแต่ละปี จนถึงขั้นเพดานอยู่ที่ 825 บาท/ตัน เช่นเดียวกับการจัดเก็บขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ

นายศุภโชค กล่าวในที่ประชุมว่า เทศบาลนครภูเก็ตไม่ได้ต้องการรายได้จากการขอเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการกำจัดขยะมูลฝอย แต่ต้องการให้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้แต่ละท้องถิ่นไปดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายลดปริมาณขยะของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากแต่ละท้องถิ่นสามารถลดปริมาณขยะลงได้ก็จะลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะตามไปด้วย ที่ผ่านมาขอความร่วมมือจากทุก อปท. ให้ช่วยลดปริมาณขยะ แต่ไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ปริมาณขยะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเกินขีดความสามารถบริหารจัดการของศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ตแล้ว

“อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกระดับทุกท้องถิ่นเห็นใจ และเข้าใจการบริหารจัดการของเทศบาลนครภูเก็ตด้วย ในแต่ละปีเทศบาลนครภูเก็ตต้องจัดสรรงบประมาณมาบริหารจัดการขยะมูลฝอยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนชาวเทศบาลนครภูเก็ต ที่จะต้องนำมาใช้ในการพัฒนาพื้นที่ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวเทศบาลนครภูเก็ต ที่ผ่านมาพี่น้องชาวเทศบาลนครภูเก็ตต้องเสียสละ เพื่อประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ที่ต้องนำมาใช้บริหารจัดการขยะ และเป็นผู้ที่ได้ผลกระทบจากกลิ่นรบกวนมากที่สุด แต่ชาวนครภูเก็ตก็เข้าใจ เพราะเป็นปัญหาภาพรวมของจังหวัด ต้องขอขอบคุณและขอโทษพี่น้องชาวเทศบาลนครภูเก็ตทุกคนเป็นอย่างมาก” นายศุภโชค กล่าว




 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่