โดยส่วนใหญ่เป็นคนไทยในกลุ่มวัยทำงาน และเป็นเพศชายประมาณ 97% โดยพบมากในบางจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคพบผู้ป่วยกระจายในแต่ละพื้นที่ โดย กทม.มีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมา ชลบุรี นนทบุรี ภูเก็ต ฯลฯ ส่วนใหญ่มีประวัติเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิด มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย ให้ความรู้เชิงรุกกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยง ล่าสุดได้รับวัคซีนจากอาเซียนและได้ดำเนินการจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 4 พื้นที่ พร้อมทั้งมีการติดตามและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
จำนวนผู้ติดเชื้อรายจังหวัดมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร 458 คน เป็นเพศชาย 454 คน เพศหญิง 4 คน รองลงมา คือ ชลบุรี 85 คน เพศชาย 84 คน เพศหญิง 1 คน, นนทบุรี 50 คน เป็นเพศชาย 49 คน เพศหญิง 1 คน, ภูเก็ต 35 คน เป็นเพศชาย 28 คน เพศหญิง 7 คน และสมุทรปราการ 32 คน เพศชาย 30 คน เพศหญิง 2 คน
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการด้านการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรคในพื้นที่ ควบคู่กับการจัดบริการเชิงรุกในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย รวมถึงแนะนำการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข
ทางด้าน น.ส.อัยรินทร์ เน้นย้ำว่ารัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม และดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ขอแนะนำประชาชนดูแลและป้องกันตนเอง โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ รักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และหากมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น หรือตุ่มหนอง ควรรีบพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้รับสนับสนุนวัคซีนจากอาเซียนจำนวน 2,220 ขวด และจัดสรรวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศใน 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต รวม 2,175 ขวด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ม.ค. 2569)
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422



