ที่ประชุมได้รับทราบภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 จังหวัดภูเก็ต จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 รวมถึงสถานการณ์น้ำ จากโครงการชลประทานภูเก็ต ตลอดจนการดำเนินงานของศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร และการจัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด เพื่อการบริหารจัดการด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการ ปี 2568 และรายงานในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
และในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงแนวทางการแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร รวมถึงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดภูเก็ต อาทิ สับปะรดภูเก็ต เพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออกและกระจายสินค้าให้มากขึ้น สร้างรายได้ให้แก่จังหวัด โดยประธานได้มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตร “สับปะรดส้มควาย” ให้เป็นสินค้าพรีเมี่ยม สู่ตลาดแปรรูป เพิ่มมูลค่าและขยายตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านพาณิชย์จังหวัด รายงานสถานการณ์ตลาดสินค้าเกษตร โดยมีช่องทางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า อาทิ ห้างซุปเปอร์ชีป และห้างอื่น ๆ ซึ่งเป็นตลาดรองรับผลผลิตของเกษตรกรในภูมิภาคอันดามันและอ่าวไทย ปัจจุบัน สับปะรด GI จังหวัดภูเก็ต มีเกษตรกรจำนวน 4 ราย รวม 10 แปลง พื้นที่ประมาณ 160 กว่าไร่ ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทั้งนี้ การปลูกสับปะรดใช้ระยะเวลาประมาณ 12–14 เดือนต่อรอบการผลิต
สำหรับภาวะเศรษฐกิจการเกษตรของจังหวัดภูเก็ต มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 3.5 ของโครงสร้างเศรษฐกิจจังหวัด เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่การเกษตรประมาณ 870,000 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรของจังหวัดมุ่งเน้นการพัฒนาการปลูกพืชใช้น้ำน้อย และส่งเสริมด้านการประมงเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ พร้อมเดินหน้าบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ตในทุกมิติ สร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรกรรมควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง



