Expedia

หากพบว่า รร.บกพร่องดูแลความปลอดภัยลูกค้า อาจพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตฯ

ภูเก็ต - เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงแรมที่เกิดเหตุ กรณีปรากฏคลิปในสื่อออนไลน์ ชายปริศนาใช้มาสเตอร์คีย์เปิดห้องพักของแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งได้เน้นย้ำความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต้องมาก่อน

ข่าวภูเก็ต

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม 2569, เวลา 15:00 น.

ภาพ ปชส. จังหวัดภูเก็ต

ภาพ ปชส. จังหวัดภูเก็ต

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mirinda Nalinrattanawadee ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ระทึก หลังมีบุคคลปริศนาใช้คีย์การ์ดเปิดเข้ามาในห้องพักของตน แต่ไม่สามารถเปิดประตูได้เนื่องจากติดสลักล็อคประตู

โดยหลังเกิดเหตุเธอได้แจ้งให้ทางโรงแรมตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ได้รับคำชี้แจงว่าไม่พบผู้ใดเข้าออก และในภายหลังชายผู้ก่อเหตุที่ทำหน้าที่ในหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมดังกล่าวได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยอมรับว่าตนได้ทำการลบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดช่วงขณะเกิดเหตุ ซึ่งภายหลังทางโรงแรมสามารถกู้คืนมาได้

และต่อมาในวันที่ 19 ม.ค. 69 ช่วงเช้า ส.ต.คณิศร นวลกลับ ทหารนอกราชการ ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดภูเก็ต ตามที่พนักงานสอบสวนได้นัดหมายเอาไว้ โดยผลของการพิจารณาคดี เจ้าตัวได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาที่เจ้าตัวถูกดำเนินคดีในข้อหา "พยายามบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน" และทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดภูเก็ต เป็นระยะเวลา 48 วัน 4 ฝาก โดยไม่มีการยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด

และในวันเดียวกัน (19 ม.ค. 69) เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองภูเก็ต นำโดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต สุรินทร์ บีช กรณีปรากฏคลิปในสื่อออนไลน์ ชายปริศนาใช้มาสเตอร์คีย์เปิดห้องพักของแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งได้เน้นย้ำความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต้องมาก่อน

นายรุ่งเรือง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการปฏิบัติตามมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์ ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย และประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยของโรงแรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น โรงแรมแห่งนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 ซึ่งจังหวัดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย

“ตามกฎหมายโรงแรม ผู้ประกอบการและผู้จัดการโรงแรมมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งการจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนผู้พักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี การรายงานข้อมูลผู้เข้าพักต่อนายทะเบียน รวมถึงหน้าที่ตามมาตรา 38 ที่ต้องดูแลไม่ให้บุคคลใดหลบซ่อนหรือมั่วสุมในเขตโรงแรม ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นประเด็นที่ฝ่ายปกครองให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และหากพิจารณาแล้วพบว่าโรงแรมมีส่วนเกี่ยวข้องหรือบกพร่องในการดูแล อาจนำไปสู่การพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม” นายรุ่งเรือง กล่าว

Thai Residential

ทางด้าน นายถิรมน ลาภสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ Group Director of People and Culture ของโรงแรม ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการกระทำของบุคคล ซึ่งมีการปลอมแปลงบัตรพนักงานของผู้อื่น และมีการลบข้อมูลบางส่วนของกล้องวงจรปิด ทำให้โรงแรมต้องดำเนินการสอบสวนเชิงลึก โดยขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกในยามวิกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้ก่อเหตุได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายของฝ่ายตำรวจ ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุคือ นายคณิศร นวลกลับ (เบิร์ด) ตำแหน่ง LP Supervisor (ไม่ใช่หัวหน้า รปภ.)

“โรงแรมยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทันที ทั้งการอำนวยความสะดวกในการย้ายห้อง คืนเงินเต็มจำนวน ยกเว้นค่าอาหาร และมีการติดต่ออัปเดตข้อมูลกับผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทบทวนและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” นายถิรมน กล่าว

ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ย้ำว่า การดำเนินการในกรณีนี้เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือประชาชนทั่วไป พร้อมยืนยันว่าจังหวัดจะเร่งดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างเคร่งครัด

ที่มา: ปชส.จังหวัดภูเก็ต



 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่