โดยกำหนดให้ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่ มีคะแนนความประพฤติคนละ 12 คะแนน ถ้าทำผิดจะโดนตัดตั้งแต่ 1-4 คะแนน หากถูกตัดเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถ (ทุกประเภท) เป็นเวลา 90 วัน
เกณฑ์การตัดคะแนน
ตัด 1 คะแนน ได้แก่ ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย, ขับรถเร็วเกินกำหนด, ขับรถบนทางเท้า, ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย, ไม่หลบรถฉุกเฉิน, ขับรถโดยประมาท น่าหวาดเสียว, ขับรถไม่ติดป้ายทะเบียน หรือเปลี่ยนแปลง ปิดบัง, ไม่ติดป้ายภาษี
ตัด 2 คะแนน ได้แก่, ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร, ขับรถย้อนศร, ขับรถระหว่างโดนพักใช้ หรือเพิกถอนใบขับขี่
ตัด 3 คะแนน ได้แก่ ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ, ขับรถผิดวิสัยคนขับรถธรรมดา, ขับรถชนแล้วหนี
ตัด 4 คะแนน ได้แก่ เมาแล้วขับ, ขับรถในขณะเสพยาเสพติด, แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น
"ตัดคะแนนเมื่อไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่ง" ค้างชำระ 1 ใบสั่ง ตัด 1 คะแนน
ความผิดกลุ่มนี้จะถูกตัดคะแนนเฉพาะกรณีไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งในเวลาที่กำหนดเท่านั้น เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรในทาง, จอดในที่ห้ามจอด, ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ขณะขับรถ เป็นต้น
สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่
หากผู้ขับขี่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือห้ามขับรถทุกประเภทเป็นเวลา 90 วัน หากฝ่าฝืนขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นครั้งที่ 3 ภายใน 3 ปี อาจถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่มากกว่า 90 วัน หากถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่อีกเป็นครั้งที่ 4 ต้องถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที
คะแนนถูกตัด คืนคะแนนได้
คะแนนที่ถูกตัดไปในแต่ละครั้ง จะได้รับคืนเมื่อครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันกระทำผิดครั้งนั้น ๆ เว้นแต่กรณีที่ถูกตัดเหลือ 0 คะแนน จะได้รับคืนเมื่อพ้นกำหนดเวลาการสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ แต่ได้รับเพียง 8 คะแนน หากขอเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบก เมื่อผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขจะได้รับคืนทั้งหมด 12 คะแนน
ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบคะแนนใบสั่งได้ที่เว็บไซต์ E-Ticket PTM หรือแอปพลิเคชันขับดี (KHUB DEE) และสามารถชำระค่าปรับได้ที่แอพพลิเคชันเป๋าตัง
ในเรื่องนี้ นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ ผู้จัดการแผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ด้านความปลอดภัยทางถนน และรองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) ได้ให้ความเห็นกับ ข่าวภูเก็ต ว่าการนำระบบตัดแต้มเข้ามาใช้ถือเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากเป็นระบบที่มีความยุติธรรม
“ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมากในข้อมูลของต่างประเทศระบบตัดแต้มคือระบบที่สร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม เพราะว่าถ้าเป็นค่าปรับอย่างเดียว คนที่มีฐานะเวลาจ่าย 500 หรือ 1000 บาทก็จะไม่รู้สึก แต่สำหรับบางคนมูลค่าของเงินจำนวนนี้จะถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับรายรับ เพราะฉะนั้นระบบตัดแต้มจึงเป็นระบบที่มีต้นทุนคะแนนของทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนเท่ากัน คืออยู่ที่ 12 แต้ม และจากข้อมูลในต่างประเทศก็พบว่าการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
“ในการประพฤติผิดถ้าเป็นความผิดซ้ำ ๆ หลายครั้งหลายหน ก็จะถูกตัดคะแนนไปจนเหลือศูนย์ ซึ่งหากถูกตัดแต้มจนเหลือศูนย์ก็แสดงว่าเขาประพฤติผิดบ่อย และมีปัญหาในด้านพฤติกรรมของการขับขี่ หรือการขาดความรู้ ซึ่งระบบของตัวกฎหมายฉบับใหม่ก็จะเอื้ออำนวยให้ว่า สามารถคืนคะแนนได้โดยต้องเข้ารับการอบรม ซึ่งก็แปลว่าถ้าความรู้ไม่พอ ถ้าผ่านการอบรมก็จะมีความรู้มากขึ้น หรือว่ามีมุมมองทัศนคติในการขับขี่ที่เปลี่ยนไป” นพ.วิวัฒน์ กล่าว
ข้อมูลเพิ่มเติม: กรมประชาสัมพันธ์



