สำหรับสถิติสูงสุดใหม่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2569 ของสนามบินภูเก็ตคือจำนวนเที่ยวบิน 393 เที่ยวบิน ในประเทศ 146 เที่ยวบิน ระหว่างประเทศ 247 เที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสาร 71,613 คน ในประเทศ 23,031 คน และระหว่างประเทศ 48,582 คน
นายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “ทุกหน่วยงานพยายามทำงานร่วมกัน ทำงานกับคนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยการเป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยดูแลผู้ประกอบการ ห้างร้านค้าโรงแรม ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง”
“ภูเก็ตเป็นเมืองที่ไม่ใช่ถูก บ้านเราไม่ใช่ขายของถูกแต่บ้านเราขายของดี เขาจึงต้องลงทุนซื้อตั๋วเครื่องบิน บางช่วงเขาบอกว่าแพงแต่ก็มีคนมาหนาแน่นหมด มาแล้วได้อะไร ได้ของดี บ้านเมืองที่สวยงาม หาดทรายขาว น้ำทะเลใส อากาศที่บริสุทธิ์ไม่มีการเผาไม่มีควัน มาฟอกปอด มาเติมออกซิเจนเข้าปอด”
“ภูเก็ตมีอาหารนานาชาติ ภูเก็ตมีของอร่อย อย่างอาหารทะเลสด ๆ น่ากิน การอยู่อาศัยค่าครองชีพอาจจะสูงแต่สิ่งที่ได้รับกลับไปคือคุ้มค่าจากการจ่ายซึ่งไม่ได้ถูกแล้วก็ไม่ได้แพง ทำให้ทุกคนมีความสุขบ้านเมืองสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย” ผู้ว่าฯ เน้นย้ำ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง ความพยายามของทุกส่วนราชการ ที่ได้มีการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ อาทิ ตำรวจ ความมั่นคง และปกครอง
“เราเน้นเรื่องความปลอดภัย อาจจะถูกติติงบ้าง ที่มีเหตุมีคดีอะไรแต่เราก็พยายามที่จับให้ได้ และมีมาตรการเชิงป้องกัน สร้างความเชื่อมั่น ให้มากขึ้น”
นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 14 ล้านคนต่อปี จากการพูดคุยกับคนภูเก็ตและผู้ประกอบการเองต่างไม่ต้องการความแออัด อยากให้คงตัวเลขผู้มาเยือนต่อปีไว้เพียงเท่านี้ แต่อยากให้พักอาศัยนานขึ้น
“อยากให้นักท่องเที่ยวพักอยู่นาน ๆ จาก 3 คืนเป็น 5 คืน หรืออยู่เป็น 7 คืนสำหรับคนที่อยู่น้อย แต่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พักยาว ๆ ก็มีเยอะ 10 วัน 20 วัน บางทีก็เดือน ก็จะทำให้เราไม่จำเป็นต้องใช้งานสนามบินหนักเกินไปมาก แต่การเดินทางเข้ามาแล้วลูกค้าอยู่ระยะยาวที่พักโรงแรมต่าง ๆ ร้านอาหารต่าง ๆ ร้านค้าพี่น้องประชาชนทำให้นักท่องเที่ยวเข้าไปได้ ไปเยี่ยมเยือนไปจับจ่ายใช้สอยตลอดทุกวันตลอดทุกสัปดาห์ทั้งเดือน และทั้ง 12 เดือนคือสิ่งที่เราตั้งใจมากว่าที่จะให้ได้ยอดมากกว่านี้”
ผู้ว่าฯ เซมเบ้ เน้นย้ำ การทำงานในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดในยุคปัจจุบัน จะต้องเอาบริบทของเมืองเป็นตัวตั้ง นโยบายส่วนตัว เอาไว้เติมในเฉพาะมิติที่ทำให้เมืองมันทันสมัยมากขึ้น หรือทำให้ก้าวไกลมากขึ้น และต้องไม่ทำคนเดียว จำเป็นต้องบูรณาการ และจับมือทุกหน่วยงาน นั่นยังไม่พอต้องจับมือกับภาคเอกชน ภาคประชาชนด้วย ช่วยกันทำให้ปัญหาที่สะสมได้รับการแก้ทีเปลาะทีละเปลาะ
“มันไม่ง่ายแต่เราสามารถทำได้ ถ้าคนในเมืองนั้นช่วยกัน หน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจ ที่จะแก้ปัญหาไปด้วยกัน”
นายนิรัตน์ กล่าวอีกว่า ปัญหาขยะเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขเป็นอย่างแรกของเกาะภูเก็ตเลย
“เกาะภูเก็ต 500 กว่าตารางกิโลเมตร แต่มีกองขยะซึ่งเรียกว่าภูเขาเป็นล้าน ๆ ตัน อยู่ในตัวเมืองอันนี้ไม่ตอบโจทย์กับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ถ้าเกิดส่งผลในทางลบกับสิ่งแวดล้อม มากกว่านี้ไม่ว่าเป็นกลิ่นหรือน้ำเสียหรือเคลื่อนย้ายภูเขาขยะไปสู่สิ่งแวดล้อมอื่นเช่นน้ำทะเล ไม่ดีต่อเมืองภูเก็ต”
ผู้ว่าฯ เซมเบ้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านให้ร่วมไม้ร่วมมือกันในการจัดการขยะให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
“1. ลดขยะลงได้ไหม อันนี้ลดยากเพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะคนเข้ามาเยอะ ถ้าลดได้ลดไม่ได้อย่างไร 2. แยกขยะได้ไหม ถ้าเราแยกขยะรีไซเคิลได้ รียูสได้ แยกออกไปขายได้ขายไป ไม่ต้องไปเผาทำลายไม่ต้องไปทิ้ง 3. แยกแล้ว ขยะที่กำจัดเองได้ เช่น ขยะอินทรีย์ขยะอาหาร (Food West) ซึ่งภูเก็ตเยอะมากค่าเฉลี่ย 60% ของขยะทั้งหมดอันนี้เป็นค่าเฉลี่ยมาตรฐานของประเทศ แต่ภูเก็ตน่าจะมีสัดส่วนของขยะอาหารที่มากกว่า 60% อาจจะถึง 70% ตอนนี้”
ล่าสุด ผู้ว่าฯ ได้ขอให้ทุกเทศบาล อบต. ทั้ง 18 แห่งทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต หาวิธีการต่าง ๆ เทคโนโลยีอะไรต่าง ๆ ให้สามารถทำการกำจัดได้ในพื้นที่
“ทุกที่ทุกแห่งต้องกำจัดในพื้นที่ของตัวเอง เราจะลดปริมาณขยะได้ ตั้งแต่ปีนี้เลย ผลสำเร็จมีโอกาสจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปี ถ้าทุกแห่ง ตั้งใจกันทำตอนนี้ขอความร่วมมือไปแล้ว ได้มีการให้คำแนะนำให้มีการชี้เป้า ได้มีการช่วยกันหาทางแก้สารพัด ก็มั่นใจว่าจะเกิดผลที่ดีและมีเสียงตอบรับมีการตื่นตัวของเทศบาล และ อบต. สำหรับกองขยะที่มีอยู่แล้วเป็นภูเขาต้นก็จะเข้าไปช่วยกับเทศบาลนครภูเก็ต ในการที่จะจัดการขยะภูเขานี้ว่าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรหรือทำลายอย่างไร จะได้ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในระยะเวลาอันสั้น จะพยายามหาวิธีการจัดให้ได้”



