เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก อัตราแลกเปลี่ยน สภาพอากาศ Facebook Youtube ค้นหา

จีโน่จากภูเก็ตผ่านเข้ารอบ 11 คนสุดท้าย มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์

มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ปีที่ 3 (MasterChef Thailand Season 3) ออกอากาศผ่านไปแล้ว 8 สัปดาห์ สำหรับรายการที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดเรียลลิตี้การทำอาหารระดับโลก ที่มียอดผู้ชมสูงสุดในประเทศไทย กับผู้เข้ารอบ 11 คนสุดท้าย ที่ได้ก้าวผ่านความท้าทายของโจทย์การแข่งขัน และพิสูจน์ความสามารถของคนธรรมดารักในการทำอาหารอาหาร แต่มีความสามารถที่ไม่ธรรมดาให้กรรมการทั้ง 3 ท่านอย่าง หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ (คุณอิงค์), หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล (คุณป้อม) และพงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย (เชฟเอียน) ได้เห็นว่ายังเหมาะสมที่จะอยู่ใน MasterChef Kitchen ต่อไป

จุฑารัตน์ เปลรินทร์

วันพุธ ที่ 3 เมษายน 2562, เวลา 14:37 น.

ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา The Phuket News ได้มีโอกาสพูดคุยกับ จีโน่ จิตศักดิ์ หลิมภากรกุล อายุ 42ปี ผู้อำนวยการด้านแบรนด์และการตลาดจากเกาะภูเก็ต ซึ่งล่าสุดยังสามารถยืนหยัดอยู่ในรายการ MasterChef Thailand มาสเตอร์เชฟประเทศไทย Season 3 EP.8 หลังจากตอนล่าสุดที่ออกอากาศไปเมื่อวันอาทิตย์ (31 มี.ค.) ที่ผ่านมา

เริ่มจากภารกิจแบบทีมครั้งที่ 3 เปิดตัวกันสุดอลังการ ณ ลานกว้างใน ศรีราชา ชลบุรี กับทำอาหารเสิร์ฟให้กับนักกีฬาพารามอเตอร์ทีมชาติ ระดับแชมป์โลก และแชมป์ประเทศไทย และเหล่านักกีฬาพารามอเตอร์ที่ต้องใช้พลังงานมากมายในการฝึกซ้อมรวมทั้งหมด 101 คน ด้วยการทำไส้กรอกนานาชนิด ไม่ต่ำกว่า 3 รสชาติ รวม 303 ชิ้น น้ำหนักแต่ละจานไม่ต่ำกว่า 300 กรัม และเครื่องเคียงอีก 2 อย่าง เพื่อเสิร์ฟให้กับทัพนักกีฬาพารามอเตอร์ทั้ง 101 คน ซึ่งจากภารกิจแบบทีม ผลปรากฏว่าทีมสีน้ำเงินที่มีจีโน่เป็นสมาชิกในทีมแพ้ทีมสีแดงไปด้วยคะแนน 30 ต่อ 71 คะแนน ทำให้ต้องผ่านเข้าไปในบททดสอบความละเอียดและความแม่นยำ ภายในห้องครัวมาสเตอร์เชฟ

ตามมาด้วยโจทย์อาหารอิตาเลียนอีกชนิดหนึ่งที่ทั่วโลกรู้จักกันดี อย่าง “ราวีโอลีไข่แดง” กับโจทย์สุดหินที่จะตัดสินชะตาชีวิตของ 6 ผู้เข้าแข่งขัน เพราะไข่แดงจะต้องเยิ้มเป็นลาวา ในขณะที่แป้งต้องไม่ดิบและไม่แข็ง เพื่อให้เข้ากันกับซอสได้อย่างกลมกล่อม และทุกอย่างต้องเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลา 40 นาที

งานนี้ จีโน่ก็ได้ลงมือสร้างสรรค์ “ราวีโอลีไข่แดง” จากเมนูบ้านเกิดภูเก็ต โดยการทำออกมาเป็นอาหารเช้าของชาวภูเก็ต ในแบบลาวีโอรีไส้กุ้งทานกับน้ำชุบหยำ โดยมีคุณอิงค์เป็นกรรมการตัดสิน พร้อมกับคอมเม้นต์ที่ว่า “ไข่แดงเยิ้มเป็นลาวา ตัวแป้งสุกกำลังดี น้ำชุบหยำแท้ ๆ มีความเปรี้ยว เค็ม หอม เหมือนกินขนมจีนน้ำชุบหยำและใส่ไข้ต้มยางมะตูมลงไป ถือว่าเป็นไอเดียที่สร้างสรรค์มาก” ซึ่งนั่นก็ทำให้จีโน่ ผู้เข้าแข่งขันชาวภูเก็ตโดยกำเนิดได้ผ่านเข้ารอบ 11 คนสุดท้ายไปในที่สุด

ซึ่งก่อนที่จะผ่านการแข่งขันสุดโหดที่ผ่านมากว่า 8 ตอนนั้น จีโน่ได้พูดแนะนำตัวเองว่า เป็นชาวภูเก็ตแต่กำเนิด และสาเหตุที่เข้ามาสมัครมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ก็เพราะว่าเป็นคนชอบทานอาหาร และยังได้เดินทางทั่วโลกเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชิมอาหารจากหลาย ๆ ที่ทั่วโลก ประกอบกับมีแฟนเป็นเชฟ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วทำอาหารเองบ้างแต่ไม่ถึงกับเก่งมาก ไม่ถึงขั้นเปิดร้านอาหารได้

มาดูกันว่าจีโน่ชาวภูเก็ตโดยกำเนิด ผู้เข้าแข่งขันบนหนทางมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ให้สัมภาษณ์ว่าอย่างไรบ้าง...

คุณเริ่มทำอาหารได้อย่างไร ?

คิดว่าตัวเองเป็นคนชอบชิมอาหาร จากการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมมา 19 ปี ก็ได้มีโอกาสเข้าไปดูแลกำหนดรูปแบบของร้านอาหารและลองอาหารใหม่ ๆ แม้ว่าจะไม่ได้ทำอาหารเอง แต่ฉันก็ต้องดูกระบวนการการเตรียมและการนำเสนอ

เมื่อก่อนคุณยายเป็นชอบทำอาหารที่บ้านและเป็นคนที่มีความหลงใหลในการทำอาหารมาก ตอนเด็ก ๆ จะเห็นยายทำขนมท้องถิ่นและขายในเมืองภูเก็ต และก็ขายหมดทุกวัน ตอนนั้นได้มีโอกาสเห็นว่ายายเตรียมอาหารด้วยใจ ซึ่งก็ทำให้เราอยากจะสานต่อในฐานะหนึ่งในผู้ทำขนมท้องถิ่นที่ดีที่สุดในภูเก็ต

ร้านโปรดของคุณในภูเก็ต ?

ชอบที่จะกินอะไรที่ไม่ได้เป็นแหล่งของนักท่องเที่ยว ไม่ได้อยู่ในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว ระหว่างทางไปวงเวียน 5 แยกมีร้านชื่อหมอมุดง ขายอาหารทะเลท้องถิ่น และอาหารใต้ที่ปรุงในแบบรสชาติแท้และดั้งเดิมของแท้ วึ่งจะไม่มีการปรับรสชาติเพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีร้านน้ำย้อยในเมืองภูเก็ตด้วย เพราะทางร้านจะปรุงอาหารในแบบภูเก็ตแท้ ๆ

กระบวนการคัดเลือกของ MasterChef เป็นอย่างไร ?

เพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เข้าประกวดในซีซัน 2 ของรายการ บอกให้ลองไปออดิชั่นดู เพราะเห้นว่าเรามีความคิดสร้างสรรค์และสามารถทำสิ่งที่แตกต่างได้ เลยตัดสินใจทำวิดีโอออดิชั่น ด้วยการทำเมนูแบบภูเก็ตดั้งเดิม ในอดีตเคยทำจานนี้ครั้งสองครั้งแต่ปัจจุบันหาไม่ได้แล้วในร้านอาหาร จานนั้นก็คือตูมี้ภูเก็ต ซึ่งเป็นแกงเผ็ดปลาสูตรของเพอรานากัน ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก ทานกับผักและเส้น สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีผู้ส่งวิดีโอเข้าไปมากกว่า 3,000 คน โชคดีที่เราถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบ 100 คน หลังจากนั้นก็มีการคัดเลือกออกอากาศเพื่อคัดเลือกให้เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 30 คน ล่าสุดออกอากาศไปแล้ว 8 ตอน จากทั้งหมด 16 ตอน

อะไรคือความท้าทายที่สุดในการแข่งขันที่ผ่านมา ?

รายการนี้เราจะไม่สามารถคาดเดาได้เลย และกรรมการสามารถสร้างกฎขึ้นมาได้ตลอดเวลา ไม่เหมือนกับซีรีส์ที่ผ่านมาซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะถูกคัดออกในรอบแรก นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่ไม่คาดคิดด้วย ในรอบที่สองของตอนที่ 7 เราได้รับมอบหมายให้ทำของหวาน ซึ่งมีวัตถุดิบเป็น เบอร์รี่ มะพร้าว และมะระ มันเป็นความท้าทายที่จะทำของหวานที่ดีด้วยความหวานและน่าดึงดูด

คุณดูค่อนข้างจะตกใจเมื่อเห็นกุ้งมังกร...

ขอบอกเลยว่าไม่ต้องการที่จะทำอาหารจากวัตถุดิบที่ยังมีชีวิตอยู่ แฟนเคยสอนวิธีทำกุ้งมังกรในแบบอ่อนโยน โดยการแช่เย็นไว้ในน้ำแข็งก่อน แต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ กลับทุบกุ้งมังกรกันแบบทันทีทันใด ก็เลยทำให้ฉันตกใจเล็กน้อย แต่มันเป็นการฝึกที่ดี เพราะหากคุณต้องการเป็นเชฟคุณต้องพยายามทำความรู้จักกับส่วนผสม แม้ว่าคุณจะไม่ชอบก็ตาม

ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะดุเดือด แต่ผู้เข้าแข่งขันก็ดูเหมือนจะใกล้ชิดสนิทสนม และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

เราทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แม้ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เรามีความปรารถนาและแรงบันดาลใจเดียวกัน พวกเรารักในการทำอาหารและอยากจะเป็นเชฟที่ดี เราแลกเปลี่ยนความคิดและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละคนมีทักษะแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีมากกว่าผู้แข่งขันคนอื่น ๆ บางคนเคยไปเรียนจากโรงเรียนสอนทำอาหารเลอกอร์ดองเบลอ ส่วนบางคนก็ทำกับข้าวที่บ้านเหมือนเรา แต่บอกเลยว่างานนี้ไม่มีความอิจฉาริษยากัน เพราะท้ายที่สุดแล้วอาหารของพวกเราที่รังสรรค์ขึ้นจะถูกตัดสินในรายการโดยคณะกรรมการ

ปฏิกิริยาจากผู้ชมทางบ้านเป็นอย่างไรบ้าง ?

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่มีผู้สนับสนุนมากมาย ดูจากตอนแรกที่ออกอากาศไป พบว่ามีตัวเองอยู่ในนั้นเยอะมาก คิดว่าน่าจะเป็นเพราะลักษณะการแสดงออกและเสื้อผ้าการแต่งตัวของเรา ทางรายการเปิดโอกาสให้เราเป็นตัวของตัวเองจริง ๆ ซึ่งตอนนั้นเราใส่สูทสีชมพูเมทัลลิค!

อีพีแรกวัตถุดิบคือปลาแซลมอน ซึ่งเมนูที่เราทำก็คือปลาทอดเครื่องในแบบท้องถิ่นภูเก็ต แต่ดูเหมือนมันจะสุกเกินไป ซึ่งขณะที่ทำกรรมการก็เดินมาดูและถามว่ามันไหม้ไปหมดแล้วหรือเปล่า เราก็บอกไปว่าปกติที่บ้านก็กินคล้าย ๆ แบบนี้ กรรมการก็ถามกลับว่า “บ้านคุณกินแบบนี้หรือ” เราก็ยอมรับไปว่าจริง ๆ มันก็สวยกว่านี้และบอกไปว่าจะจัดจานให้สวยที่สุดในตอนท้าย ซึ่งนั่นก็ทำให้เป็นที่รู้จักันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลมีเดีย เพราะคนดูเห็นว่าตลกดี

ก้าวต่อไปของคุณคืออะไร ?

ในวิดีโอออดิชั่น เราก็ได้บอกไปแล้วว่า การเข้ามาแข่งขันในรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ก็เพื่อจะเป็นประตูให้ตัวเองได้ก้าวไปสู่ความฝัน ที่จะทำร้านอาหารของตัวเองบนเกาะภูเก็ต และเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารร่วมกับสามีที่เป็นเชฟมืออาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีไฟมีฝันจะเป็นเชฟได้ก้าวเข้ามาสู่วงการร้านอาหาร และที่สำคัญพวกเราไม่ได้อยากแค่ทำอาหารให้คนทานแล้วรู้สึกอร่อย แต่อยากทำอาหารที่สร้างแรงบันดาลใจ และมีเรื่องราวให้คนทานได้รับรู้ว่านอกจากอร่อยกับอาหารแล้ว ยังสามารถชื่นชมภูมิหลังของการค้นหาวัตถุดิบ และกระบวนการของอาหารกว่าจะขึ้นมาอยู่บนจาน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าสิ่งที่รับประทานเข้าไปมันมีคุณค่ามากกว่าความอร่อยที่ปลายลิ้นเท่านั้น

มาร่วมกันลุ้นและเป็นกำลังใจให้จีโน่ได้ก้าวไปสู่เส้นทางแห่งความฝัน มาดูกันว่าสัปดาห์กรรมการจะมีบททดสอบสุดหินแบบใดมาท้าทายจีโน่และผู้แข่งขันที่เหลือ และพวกเขาที่เหลือจะรับมือกับมันได้ดีมากเพียงใด พบกับรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18:20 - 19:50 น. ทางช่อง 7 HD กด 35

บทสัมภาษณ์โดย : เอมี่ ไบรอัน

 

 

 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่