Expedia

เรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในตัวเองในฐานะพ่อแม่ เมื่อคำแนะนำการเลี้ยงลูกเกลื่อนโซเขียล

ในยุคสมัยแห่งโซเชียลมีเดีย คำแนะนำในการเลี้ยงลูกไม่ใช่เพียงแค่มีอยู่มากมาย แต่กลับมีให้เห็นอย่างไม่หยุดหย่อน ลองเลื่อนดูไอจี คุณก็จะได้พบกับกูรูด้านการเลี้ยงลูกที่สอนทุกอย่าง ตั้งแต่ทฤษฎีความผูกพันไปจนถึงแนวคิดแบบมอนเตสซอรีมินิมอล พ่อแม่บางคนยึดมั่นในวินัยมากกว่าอิสรภาพ พ่อแม่สามี/ภรรยาของคุณนำกฎเกณฑ์จากยุค 80 มาใช้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่คนคอยแนะนำวิธีเลี้ยงลูกให้กับคุณอยู่เสมอ

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม 2568, เวลา 09:23 น.

ภาพ: บางกอกโพสต์

ภาพ: บางกอกโพสต์

ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณจะรู้สึกหนักใจ สับสน และมันจะทำให้คุณขาดความมั่นใจกว่าที่เคย ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงการเป็นพ่อแม่เต็มตัว ทุกย่างก้าวล้วนเรียกร้องให้คุณฟังคำแนะนำของคนอื่น คุณหมอที่ดูแลคุณจะบอกคุณว่าควรดูแลร่างกายอย่างไรและดูแลทารกแรกเกิดอย่างไร จากนั้นคุณก็จะเจอคำแนะนำมากมายจากเพื่อนและครอบครัว ไปจนถึงพอดแคสต์ บอร์ดความรู้ หรือการส่งต่อไลน์ วอทสแอป โรงเรียน และหลักสูตรออนไลน์ – ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่คนคอยแนะนำวิธีเลี้ยงลูกให้คุณทั้งนั้น

ลองอ่านหนังสือดูสิ ถ้ามันช่วยได้ เข้าร่วมกลุ่มผู้ปกครองที่คุณเห็นว่าใช่ แต่ลองใช้เวลาสักครู่เพื่อรับรู้ถึงภูมิปัญญาภายในตัวคุณที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนไหนสามารถให้คุณได้ คุณรู้จักลูก ความต้องการของครอบครัว และพฤติกรรมที่ไม่ดีต่าง ๆ ของคุณได้ดีกว่าใคร ๆ คุณมีสิทธิ์ที่จะเรียนรู้ เติบโต และที่สำคัญที่สุดคือ เชื่อมั่นในตัวเอง เราอยู่ในยุคของการเลี้ยงลูกแบบพึ่งพาคนอื่น และแม้ว่าเครื่องมือและเคล็ดลับต่าง ๆ จะมีประโยชน์ แต่เสียงเดียวที่มักจะถูกกลบมากที่สุดคือ “เสียงของเราเอง”

ความเชื่อในการเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ

ขอพูดให้ชัดเจนเลยว่า พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง ลูก ๆ ของคุณไม่ได้ต้องการให้คุณสมบูรณ์แบบ พวกเขาต้องการให้คุณอยู่กับปัจจุบัน พวกเขาต้องการให้คุณพัฒนาตัวเอง การเลี้ยงลูกจะง่ายขึ้นมากเมื่อเราหยุดถามว่า “ฉันจะแก้ไขพฤติกรรมของลูกได้อย่างไร” และเริ่มถามว่า “ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นภายในตัวฉันบ้าง”

มันเป็นงานที่ยากที่สุด

เมื่อลูกของคุณกดดันคุณทุกอย่าง นั่นคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้สังเกตตัวเอง เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของคุณ ลองสำรวจให้ลึกลงไปและถามตัวเองว่า ส่วนไหนของเรื่องราวของฉันที่กำลังถูกกระตุ้นขึ้นมา มีอะไรที่ฉันสามารถทำได้เพื่อตั้งหลักปักฐานให้มั่น แทนที่จะตอบสนองแบบที่เคยทำเป็นประจำบ้าง มันเป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก และเราทุกคนมักจะล้มเหลวมากกว่าที่เราอยากจะยอมรับ แต่นั่นคือส่วนของการเรียนรู้ เราสามารถกลับมาสู่สถานการณ์และแก้ไขมันได้อีกครั้ง เมื่อเราเยียวยาตัวเอง เราจะมีความอดทนมากขึ้น มีสติมากขึ้น และเชื่อมโยงกันมากขึ้นโดยธรรมชาติ

เริ่มต้นจากภายใน

นี่คือความจริงที่ยากจะยอมรับ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการเลี้ยงดูลูกไม่ใช่อารมณ์เอาแต่ใจของเด็ก ดราม่า และความต้องการที่ไม่รู้จบของลูก แต่มันคือภาระที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขของเราเอง อารมณ์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่เราปล่อยให้มันฝังรากลึกและคงอยู่ในทุกแง่มุมของชีวิต เราหมกมุ่นอยู่กับกิจวัตรประจำวันเพียงเพราะเด็ก ๆ ต้องการวินัย หรือเพราะความวุ่นวายในวัยเด็กสอนให้เราเอาตัวรอดด้วยการควบคุม? เราตะโกนใส่ลูกเพราะไม่เคารพ หรือเพราะเราไม่เคยได้รับอนุญาตให้พูดออกมาเลยตอนที่เรายังเป็นเด็ก?

เราไม่เพียงแต่ส่งต่อค่านิยมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบาดแผลด้วย และหากเราไม่หยุดคิดทบทวน เราก็จะวนเวียนอยู่กับรูปแบบเดิม ๆ ของเราอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราทำงานภายในและเยียวยาบาดแผลในวัยเด็กของเราเอง จัดการอารมณ์ของเรา ทำลายรูปแบบเดิม ๆ ที่เป็นพิษ เราก็จะสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับตัวเราเองและครอบครัว เราไม่จำเป็นต้องทำตามบท เพราะการเลี้ยงลูกของเราเริ่มต้นจากความชัดเจน ไม่ใช่ความวุ่นวาย

บทสรุป

ใช่ อ่านหนังสือ เข้าร่วมเวิร์กช็อป ถามคำถาม แต่อย่าลืมว่า คุณมีสิทธิ์ที่จะพูดว่า “ไม่ แบบนั้นไม่เหมาะกับครอบครัวของฉัน”

เมื่อคุณฟังเสียงตัวเอง คุณจะรู้สึกได้ถึงภายในตัวเอง ช้าลงบ้างและสังเกตว่าดวงตาของพวกเขาเป็นประกายเมื่อเห็นสิ่งที่ดึงดูดใจ ดูพวกเขามั่นใจในการทำสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะทำได้ หายใจเข้าลึก ๆ และจากจุดนั้น คำตอบก็ปรากฏขึ้น กลยุทธ์ต่าง ๆ ไหลลื่น ความสัมพันธ์ก็จะลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เรื่องโดย: Rashmi Grover

 

 

แจ้งข่าว..คลิกที่นี่