โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการติดพยาธิใบไม้ตับสูง ซึ่งมะเร็งตับและท่อน้ำดี เป็นมะเร็งที่พบมากอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก พยาธิใบไม้ตับ เป็นพยาธิตัวแบนที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของมนุษย์ โดยมีวงจรชีวิตผ่านตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในเกล็ด หาง ครีบ และเนื้อของ “ปลาน้ำจืดเกล็ดขาว” เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาซิว
เมื่อคนรับประทานปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ปลาส้มดิบ หรือปลาร้าดิบ พยาธิจะเข้าไปเจริญเติบโตและฝังตัวในท่อน้ำดีได้ยาวนานถึง 20 - 30 ปี การบีบมะนาว ใส่พริก หรือกินร่วมกับแอลกอฮอล์ ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ ต้องทำให้สุกดีก่อนเท่านั้น
สำหรับอาการระยะรุนแรง จะมีไข้ น้ำหนักลด ท้องมาน เท้าบวม ตับโตและกดเจ็บ ตัวเหลือง ตาเหลือง อุจจาระสีซีดหรือเทา ปัสสาวะสีเข้ม ทางเดินท่อน้ำดีโป่งพอง เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หรือเชื้อโรคจากท่อน้ำดีเข้าสู่กระแสเลือดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิตได้ วิธีการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ
ควรรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวปรุงสุก ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำสะอาดก่อนปรุงอาหาร ก่อนกินอาหาร และหลังขับถ่ายอุจจาระ ถ่ายอุจจาระลงในส้วม ส่งอุจจาระตรวจหาไข่พยาธิ และอัลตร้าซาวด์หามะเร็งท่อน้ำดี ในผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 40 ปีขึ้นไป อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง กินยารักษาเมื่อตรวจพบว่าติดโรคพยาธิ และเลิกกินปลาดิบ หรือปลาสุก ๆ ดิบๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เด็ก เยาวชนในสถานศึกษา และประชาชน เพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดี


